Wednesday, August 12, 2015

หลากหลายคำถามเกี่ยวกับคอลลาเจน

  ในยุคนี้เรื่องของความสวย ความหล่อ ความงาม เป็นเรื่องที่สนใจและปรารถนาของประชากรจำนวนมากทั่วโลก ไม่เฉพาะแต่ผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ไม่แพ้กัน ดังจะเห็นได้จากเครื่องบำรุงผิวและเครื่องสำอางของผู้ชายที่มีให้เห็นมาก ขึ้นทุกวันในท้องตลาด นอกจากสารพันผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ภายนอก อาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆ สำหรับความงามก็มีอยู่อย่างแพร่หลายเช่นกัน ส่วนใหญ่มักโฆษณาเกินจริง ในบรรดาสารที่นำมาใช้ในอาหารเพื่อสุขภาพผิวพรรณนั้น คอลลาเจนนับว่าถูกกล่าวขวัญถึงมาก และมีคำถามเข้ามาที่ทำงานของผู้เขียนเป็นประจำ ในฉบับนี้เราจึงจะมาไขข้อข้องใจ ตอบปัญหาเกี่ยวกับคอลลาเจนกัน

“คอลลาเจน” คืออะไร


คอลลาเจน ( Collagen ) มาจากคำในภาษากรีก ‘kolla’ ที่แปลว่า ‘กาว’ คอลลาเจนคือโปรตีนชนิดหนึ่ง มีมากที่สุดในร่างกายคนเมื่อคิดเทียบกับน้ำหนักตัว โดยมีอยู่ร้อยละ 25-30 ของน้ำหนัก จัดเป็นโปรตีนที่ไม่ละลายน้ำและมีลักษณะเป็นเส้นใย องค์ประกอบที่โดดเด่นแตกต่างจากโปรตีนชนิดอื่น คือในโมเลกุลของคอลลาเจนจะมีกรดอะมิโน 3 ชนิด ต่อไปนี้อยู่มากเป็นพิเศษ ได้แก่ ไกลซีน (Glycine) โพรลีน (Proline) และไฮดรอกซีโพรลีน (Hydroxyproline) องค์ประกอบดังกล่าวทำให้สายโปรตีนของคอลลาเจนมีโครงสร้างที่สามารถเกาะกัน เป็น ‘เกลียวสาม’ (Triple Helix) คือสายโปรตีน 3 สายมาเกาะกันแล้วบิดเป็นเกลียว (ลองนึกถึงภาพไหมพรมชนิด 3 เส้น-3 ply) เกลียวสามเหล่านั้นเรียงตัวประสานากันเกิดเป็นเส้นใยของคอลลาเจน

คอลลาเจนในร่างกายมาจากไหน

ร่างกายของคนเราสร้างคอลลาเจนขึ้นได้เองจากกรดอะมิโนที่เราได้รับโดยการ รับประทานอาหารโปรตีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรตีนจากสัตว์ทั้งหลาย ขั้นตอนการสร้างคอลลาเจนจะเริ่มจากภายเซลล์สร้างเป็นสายยาวของโปรตีนเกลียว สามที่เรียกว่า “โปรคอลลาเจน (Procollagen)” จากนั้นขั้นตอนที่สำคัญคือการปรับแต่งโปรคอลลาเจนให้กลายเป็นคอลลาเจนที่ สมบูรณ์ และสามารถประสานเป็นเส้นใยได้ ขั้นตอนนี้มีผู้ช่วยที่จำเป็นคือ วิตามินซี ถ้าขาดโปรคอลลาเจนก็จะค่อยๆสลายตัวไป

หน้าที่ของคอลลาเจน

ด้วยคุณสมบัติของเส้นใย คอลลาเจนจึงมีหน้าที่เสริมความแข็งแกร่งให้แก่เนื้อเยื่อนานาชนิดในร่างกาย ได้แก่ ผิวหนัง หลอดเลือด กระดูก ฟัน และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ยึดเหนี่ยกล้ามเนื้อและอวัยวะ จากการที่คอลลาเจนเป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนัง พบได้ในชั้นผิวหนังแท้และช่วยทำให้ผิวหนังเรียบตึง ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหตุใดคอลลาเจนจึงเป็นที่สนใจในแง่ของการชะลอ ริ้วรอย เสริมความงาม ประเด็นที่ทุกคนกลัวกันที่สุดก็คือ การที่คอลลาเจนในผิวหนังของเราจะค่อยๆสลายไปตามธรรมชาติ ด้วยอัตราประมาณร้อยละ 1.5 ต่อปี เมื่ออายุเริ่มเกิน 25 ขึ้นไป ทำให้ชั้นผิวหนังที่เคยเรียบตึงเริ่มเหี่ยวย่นและมีริ้วรอยที่เหมือนถูกเจ้า นกสีดำเหยียบย้ำไว้ทั่ว นอกจากนี้มลภาวะเป็นพิษ แสงแดดจัดและปัจจัยอื่นในสภาวะแวดล้อม ยังช่วยเร่งให้คอลลาเจนเสื่อมสลายมากขึ้นด้วยเกิดอะไรขึ้นเมื่อเรากินคอลลาเจนเข้าไป

ดังที่กล่าวไปแล้วว่าคอลลาเจนมีอยู่ในอาหารโปรตีน เพราะฉะนั้นถ้าเรารับประทานโปรตีนเป็นประจำ เราจะได้รับคอลลาเจนด้วย อย่างไรก็ตาม ถ้าจะว่ากันในเชิงโภชนาการแล้ว คอลลาเจนจัดเป็นโปรตีนที่มีคุณภาพต่ำ เพราะมีกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายสร้างไม่ได้ไม่ครบถ้วนและไม่เพียงพอ An Wi Co To Co Bu Ko Up Up Dk Vi ถ้าเราได้รับโปรตีนในรูปแบบของคอลลาเจนเพียงชนิดเดียว เราก็จะเกิดอาการขาดโปรตีนได้ และส่งผลเสียต่อร่างกาย คราวนี้ถ้าเราจะพิจารณาเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับความงาม เมื่อกินคอลลาเจนเข้าไปไม่ว่าจะเป็นในลักษณะของอาหารหรือผลิตภัณฑ์อาหาร เสริม ต้องขอบอกก่อนว่าความหวังที่คอลลาเจนที่กินเข้าไปนั้นจะถูกดูดซึมเข้าสู่ ร่างกายแล้ววิ่งปรู๊ดตามกระแสเลือดไปปะเข้าที่รอยเหี่ยวย่น ทำให้ผิวเต่งตึงดังเดิมคงจะเป็นไปไม่ได้ คอลลาเจนไม่สามารถฝ่าด่านระบบย่อยอาหารในสภาพที่ไม่บบสลาย แต่จะถูกย่อยออกเป็นกรดอะมิโนเช่นเดียวกับโปรตีนชนิดอื่นๆ จากนั้นกรดอะมิโนจึงถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เอาไว้เป็นตัวตั้งต้นสำหรับการสร้างโปรตีนใหม่ต่อไป จนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันว่า การกินคอลลาเจนจะช่วยให้ผิวหนังเสื่อมสภาพตามวัยช้าลง

ในฐานะที่ผู้เขียนไม่ใช่แพทย์ ไม่ใช่เภสัชกร จึงขอสงวนสิทธิ์ไม่กล่าวถึงการใช้คอลลาเจนเสริมความงามในรูปแบบของการฉีดคอ ลลาเจนหรือการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีคอลลาเจนเป็นส่วนผสม เพราะไม่มีความรู้พอ ขอแจมด้วยนิดเดียวเท่านั้นว่า คอลลาเจนนั้นเป็นโปรตีน จึงมีโอกาสที่จะทำให้เกิดอาการแพ้ได้ หากจะใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้กับใบหน้าที่เราสู้อุตส่าห์ทะนุถนอม จึงควรศึกษาข้อมูลหรือปรึกษาผู้รู้ดูก่อน

โดยทั่วไปเขาใช้คอลลาเจนทำอะไร


ในวงการอุตสาหกรรมอาหาร คอลลาเจนจะถูกนำมาดัดแปลงด้วยปฏิกริยาเคมีให้ได้ผลผลิตคือเจลาติน (Gelatin) ซึ่งเราใช้ทำเยลลี่แบบที่กินเป็นของหวานหรือกินกับไอศกรีม คุณสมบัติของเยลลี่จากเจลาตินคือต้องแช่ตู้เย็นจึงจะแข็งตัว และต้องเก็บในตู้เย็นไม่อย่างนั้นจะละลาย นอกจากนี้เจลาตินยังใช้เป็นส่วนผสมของอาหารอื่นๆ เพื่อเพิ่มความคงตัว เพื่อความข้นหนืดเป็นต้น และยังใช้ในอุตสาหกรรมยา เครื่องสำอางอีกด้วย ในทางการแพทย์มีการใช้คอลลาเจนในการทำศัลยกรรมเพื่อความงาม ใช้ปลูกผิวหนังเทียมสำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ เช่นแผลไฟไหม้ ใช้ซ่อมสร้างกระดูก ฟันและงานอื่นๆ ด้านทันตกรรม การนำไปใช้ในทุกกรณีมีข้อควรระวังเกี่ยวกับเรื่องของอาการแพ้ ตลอดจนแหล่งที่มาของคอลลาเจนว่าต้องมาจากสัตว์ที่ไม่เป็นโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องปราศจากโรควัวบ้า

ความหมายของบัว 4 เหล่าตามนัยอรรถกถา

ดอกบัวพ้นน้ำ (อุคคฏิตัญญู) พวกที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้ และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็ว เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที
ดอกบัวปริ่มน้ำ (วิปจิตัญญู) พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำซึ่งจะบานในวันถัดไป

ดอกบัวใต้น้ำ (เนยยะ) พวกที่มีสติปัญญาน้อย แต่เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอบด้วยศรัทธา ปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง

ดอกบัวจมน้ำ (ปทปรมะ) พวกที่ไร้สติปัญญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร เปรียบเสมือนดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน

No comments:

Post a Comment